2006/Mar/29

พหูสูต หมายถึง "ความเป็นผู้ฉลาดรู้" คือผู้ ที่รู้จักเลือกเรียนในสิ่งที่ควรรู้ เป็นผู้ที่ ได้ศึกษาเล่าเรียนมามาก ได้ยินได้ฟังมามาก และเป็นคนช่างสังเกต ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นต้น ทางแห่งปัญญา ทำให้เกิดความรู้ สำหรับบริหารงานชีวิตและ เป็นกุญแจไขไปสู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และทุกสิ่งที่เรา ปรารถนา

บัณฑิต คือผู้มีคุณธรรมประจำใจ มีความ ประพฤติดีงาม ไม่ว่าจะมีความรู้มากหรือว่า น้อยก็ตาม บัณฑิตจะใช้ความรู้นั้น ๆ สร้างประโยชน์ แก่ตนเองและผู้อื่นอย่างเต็มที่ เป็นผู้ที่ สามารถเอาตัวรอดได้แน่นอน ไม่ตกไปสู่อบายภูมิ เป็นอันขาด

พหูสูต คือผู้มีความรู้มาก แต่คุณธรรม ความประพฤติยังไม่แน่ว่าจะดี ยังไม่แน่ว่า จะเอาตัวรอดได้ ถ้าใช้ความรู้ที่มีอยู่ไป ทำชั่ว เช่น เอาความรู้เคมีไปผลิตเฮโรอีน ก็อาจตก นรกได้

ลักษณะความรู้ที่สมบูรณ์ของพหูสูต

1. รู้ลึก หมายถึง รู้เรื่องราวสาวไปหาเหตุในอดีตได้ ลึกซึ้งถึงความเป็นมา เช่น แพทย์เมื่อเห็นอาการคนป่วยก็สามารถบอกได้ว่าเป็นโรคอะไร รู้ไปถึงว่าที่เป็นโรคนี้เป็นเพราะเหตุใด

2. รู้รอบ หมายถึง ช่างสังเกต รู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว สภาพภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ ผู้คนในชุมชน ความเป็นไปของเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว สิ่งที่ควรรู้ต้องรู้

3. รู้กว้าง หมาย
ถึง สิ่งรอบตัว แต่ละอย่างที่ควรรู้ก็รู้อย่างละเอียด รู้ถึงความเกี่ยวพันของสิ่งนั้นกับสิ่งอื่น ๆ ด้วย

4. รู้ไกล หมาย
ถึง มองการณ์ไกล รู้ถึงผลที่จะตามมาในอนาคต เช่น เห็นสภาพดินฟ้าอากาศก็รู้ทันทีว่าปีนี้พืชผลชนิดใดจะขาดแคลน

คุณสมบัติของพหูสูต

1. ความตั้งใจฟัง คือมีนิสัยชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบค้นคว้า ยึดหลัก "เรียนจากครู ดูจากตำรับ สดับปาฐะ"

2. ความ
ตั้งใจจำ คือมีความจำดี รู้จักจับสาระสำคัญ จับหลักให้ได้ แล้วจำได้แม่นยำ คนที่ความจำไม่ดี เพราะภพในอดีตชอบพูดปด ดื่มสุรามาก ฯลฯ ดังนั้น ถ้าในภพชาตินี้เลิกดื่มสุรา เลิกพูดปด และพยายามท่องบ่อย ๆ หมั่นจดหมั่นเขียนบ่อย ๆ ไม่ช้าก็จะเป็นผู้มีความจำดี

3. ความ
ตั้งใจท่อง คือต้องฝึกท่องให้คล่องปาก ท่องจนขึ้นใจ จำได้คล่องแคล่วชัดเจน ไม่ต้องพลิกตำรา โดยเฉพาะพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นความจริงแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง ควรท่องไว้ให้ขึ้นใจทุกข้อกระทงความให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ส่วนวิชาการทางโลกยังมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เพราะยังไม่มีใครรู้จริง จึงควรท่องเฉพาะที่สำคัญ และหมั้นคิดหาเหตุผลด้วย

4. ความ
ตั้งใจขบคิด คือใส่ใจนึกคิด ตรึกตรองสาวเหตุสาวผลให้เข้าใจตลอด พิจารณาให้เจนจบ นึกถึงครั้งใดก็เข้าใจปรุโปร่งหมด

5. ความ
แทงตลอดด้วยปัญญา คือเข้าใจแจ่มแจ้ง ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ความรู้กับใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่ได้ฝึกสมาธิอย่างจริงจังคุณสมบัติข้อนี้จะเกิดไม่เต็มที่

ลักษณะผู้ที่เป็นพหูสูตไม่ได้

1. คนราคจริต คือ คนขี้โอ่ เจ้าแง่แสนงอน รักสวยรักงาม พิถีพิถันเกินเหตุ มัวแต่งอน มัวแต่แต่งตัวจนไม่มีเวลาท่องบ่น ค้นคว้า หาความรู้ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นนึกถึงความตาย พิจารณาซากศพอสุภะเนือง ๆ

2. คนโทสจิต คือ คนขี้โมโห ฉุนเฉียว โกรธง่าย ผูกพยาบาทมาก มัวแต่คิดโกรธแค้นจนไม่มีเวลาไตร่ตรอง พวกนี้แก้โดยให้หมั่นรักษาศีลและแผ่เมตตาเป็นประจำ

3. คนโมหจริต คือ คนสะเพร่า ขี้ลืม มักง่าย ทำอะไรไม่พยายามเอาดีสักแต่ให้เสร็จ สติไม่มั่นคง ใจกระด้างในการกุศล สงสัยในพระรุตนตรัยว่ามีคุณจริงหรือไม่ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ

4. คนขี้ขลาด คือ พวกขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าลงมือทำอะไร กลัวถูกติ คอนแต่จะเป็นผู้ตาม ไม่มีความคิดริเริ่ม พวกนี้แก้โดยให้คบกับคนมาตรฐาน คือ คบบัณฑิต จะอ่าน จะทำอะไรก็ให้จับทำ แต่สิ่งที่เป็นมาตรฐาน ไม่สักแต่ว่าทำ

5. คนหนักในอามิส คือ พวกบ้าสมบัติ ตีค่าทรัพย์มากกว่าความรู้ ทำให้ไม่ขวนขวายในการแสวงหาปัญญาเท่าที่ควร

6. คนจับจด คือ พวกทำอะไรเหยาะแหยะไม่เอาจริง

7. นักเลงสุรา คือ พวกขี้เมา ขาดสติ หมดหนทางที่จะเรียนรู้

8. คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก คือ พวกชอบเอิกเกริกสนุกเฮฮาจนเกินเหตุ ไม่มีความรับผิดชอบ

วิธีฝึกตนให้เป็นพหูสูต

1. ฉลาดเลือกเรียนแต่สิ่งที่ควรรู้
2.
ตั้ง
ใจเรียนวิชาที่ตนเลือกเรียนอย่างเต็มความสามารถ
3.
มี
ความกระตือรือร้นที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
4.
ต้อง
หาความรู้ทางธรรมควบคู่กันไปกับความรู้ทางโลกด้วย
5.
เมื่อ
เรียนแล้วก็ทรงจำไว้เป็นอันดี พร้อมที่จะนำความรู้ไปใช้ได้ทันที

Ref : http://kmitnb05.kmitnb.ac.th/~iti14826/assign/no8/no8.html

Comment

Comment:

Tweet